Aj.Tai piyapong
(PIYAPONG CHOTIPUNTU: cpiyapon@gmail.com)
เส้นทางผ่านป่ายาวไม่เกินร้อยเมตรไปสิ้นสุดตรงชายหาดอีกด้านหนึ่งของเกาะ สิมิลัน..เกาะสวรรค์งามราวกับเทพเนรมิตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เม็ดทรายละเอียดเนียนดาดไปบนชายหาดรองรับการเหยียบย่ำมาแล้วไม่รู้ว่าจะสักกี่หมื่นกี่พันเท้าแต่สะอาดเอี่ยมราวกับเกิดใหม่ จิกทะเลดอกใหญ่เกสรสีขาวฟูร่วงประดับอยู่บนผืนทราย น้ำเป็นสีครามยิ่งกว่าน้ำครามแช่เสื้อขาวของชุดนักเรียนในวัยเด็ก กลิ่นหอมของความบริสุทธิ์โชยชวนอยู่รอบกาย มันทำให้ผมลืมสิ่งที่กำลังตามหาไปชั่วขณะ…
เมื่อเรือแล่นเข้าเทียบชายหาดเกาะ 4
แสงแดดแผดจ้าสะท้อนเม็ดทรายที่ขาวโพลนจนตาพร่า เรือเอาผมไปปล่อยบนเกาะแล้วนำคนอื่น
ๆ ออกไปดำน้ำตามจุดต่าง ๆ ที่จัดไว้ในโปรแกรม สำหรับคนที่รู้ว่าผมเรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลจะต้องเข้าใจว่าผมอยู่กับการดำน้ำมาหลายปีจนอิ่มตัว
กว่าจะตกลงมาเที่ยวเกาะในครั้งนี้ได้ก็ด้วยสภาวะจำยอม
และบนเกาะที่สวยงามแห่งนี้ผมไม่ได้แตะน้ำทำเลแม้แต่ปลายเล็บ
ผมแค่มาตามหานกในใจของผมตัวหนึ่งเท่านั้น....
ชาปีไหน นกที่มีสีขนเลื่อมระยับจับตาแต่ชื่อแปลกประหลาดหาที่มาไม่ได้
นกชาปีไหนหาดูได้ง่ายตามสวนสัตว์ มันดูสวย หน้าตาประหลาดแต่ขาดสเน่ห์เมื่อถูกจับให้อยู่ในกรงขัง
หลายคนคิดว่าเป็นนกที่มาจากต่างประเทศ
แท้จริงแล้วมันพบได้ง่ายบนเกาะทางฝั่งอันดามัน เป็นนกที่ผมอยากเห็นมากที่สุดตัวหนึ่ง
วางแผนมาเนิ่นนานว่าจะไป จะไป แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยชอบทะเลและไม่ชอบเดินทางด้วยเรือ จึงยังเป็นได้แค่แผนมาเนิ่นนาน แล้ววันหนึ่งเมื่อเพื่อนจากสวิสเซอร์แลนด์มาประเทศไทยและอยากจะไปเที่ยวเกาะสิมิลัน
แผนการเดินทางตามหานกชาปีไหนจึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...
พอลงจากเรือผมเดินดุ่ย ๆ เข้าป่าไม่สนใจใคร เข้าไปตามทางเดินเล็ก ๆ ผ่านป่าชุ่มชื้นร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ดูสวยงาม เดินมาได้ครึ่งทางมองไปข้างหน้าเห็นนกตัวใหญ่เดินอยู่บนพื้นในระยะไกลตัวหนึ่ง
ผมเดินตามไปห่างๆจนถึงกองใบไม้สีน้ำตาลและบนหินก้อนนั้น...นกที่สวยที่สุดตัวในพิภพตัวหนึ่ง
“นกชาปีไหน” ผมอุทานชื่อนั้นอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีเขียวเหลือบระยับบนแผ่นหลังสะท้อนขึ้นจับใบหน้า
แววตาเป็นประกาย สร้อยคอยาวสยายคลุมไหล่ราวกับหญิงสาวชนเผ่า
ผมกลั้นหายใจแล้วค่อยๆหย่อนกายอย่างเงียบกริบลงกับพื้นทราย... ณ ที่ตรงนั้น ที่ซึ่งขอบฟ้าเกาะสวรรค์ได้โอบครอบเข้ามาไว้เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว
นกชาปีไหน หรือ นกกะดง (Nicobar pigeon, Nicobar dove : Caloenas nicobarica) เป็นนกชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์นกพิราบและนกเขา (Columbidae) นับเป็นนกเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ในสกุล Caloenas ในขณะที่ชนิดอื่น ๆ สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว โดยมีความใกล้ชิดกับนกโดโดที่สูญพันธุ์ไปแล้วด้วย นกชาปีไหน มีขนาดลำตัวเท่า ๆ กับไก่แจ้ มีขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 40-41 เซนติเมตร มีลำตัวขนาดใหญ่ แต่มีหัวขนาดเล็กและมีเนื้อนูนเป็นตุ่มบริเวณจมูก ขนตามลำตัวเป็นสีเขียวเหลือบเทา ขนหางสีขาว แต่จะมีขนบริเวณคอห้อยยาวออกมาเหมือนสร้อยคอ ซึ่งขนนี้จะยาวขึ้นเมื่อนกมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีขาขนาดใหญ่แข็งแรง เพราะเป็นนกที่ชอบเดินหากินตามพื้น สีของมันน่าจะมีไว้เพื่อดึงดูดตัวเมีย นกชาปีไหน แม้จะเป็นนกที่หากินบนพื้นดินเป็นหลัก แต่ก็เป็นนกที่สามารถบินได้ มีรายงานว่าสามารถบินข้ามไปมาระหว่างเกาะต่าง ๆ ได้ เป็นนกที่หากตกใจจะบินหรือกระโดดขึ้นบนต้นไม้ และไม่ค่อยส่งเสียงร้องนัก นานครั้งจึงจะได้ยินเสียงร้องทีหนึ่ง นกชาปีไหนมี 2 ชนิดย่อยกระจายพันธุ์เฉพาะหมู่เกาะต่าง ๆ บริเวณทะเลอันดามันและอินโด-แปซิฟิก เช่น หมู่เกาะนิโคบาร์ หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะโซโลมอนและปาเลา ในประเทศไทยจัดเป็นนกที่หาได้ยากมากชนิดหนึ่ง โดยจะอาศัยอยู่ในป่าดิบหรือป่าชายหาดของหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ หรือหมู่เกาะอ่างทอง รวมถึงอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เท่านั้น เป็นนกที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักรราช 2535







เยี่ยมเลยครับ ปัจจุบันยังอยู่ไหมครับ นกชนิดนี้
ตอบลบยังอยู่ครับ พบง่ายครับ
ลบ