วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566

เตรียมตัวให้พร้อมกับนกใหม่ ๆ ที่มากับลมหนาว

 Aj.Tai piyapong 

(PIYAPONG CHOTIPUNTU: cpiyapon@gmail.com)


“เช้าวันที่ 24 ธันวาคม 65 ผมกับแฟนพาส้มตำไปเดินเล่นที่ประจำที่ไปบ่อย ๆ คือศูนย์วิจัยประมงทะเล จ.สตูลที่อ.ละงู เป็นที่ ๆ มีบึงน้ำธรรมชาติ ทุ่งหญ้าและพื้นที่ป่าหย่อมเล็ก ๆ ที่ต่อมาจากบริเวณชายหาดบางศิลา ใกล้ศูนย์ประมง ตรงนี้จะมีนกทุ่ง เหยี่ยวและนกชายเลนที่แวะเข้ามาพัก-หาอาหารในศูนย์ จะขับรถไปเรื่อย ๆ ดูนกไปด้วยเพลินทั้งคนทั้งแมว วันนั้นหลังจากพาส้มตำเดินจนพอใจแล้วก่อนกลับบ้าน ผมลองขับแวะเข้ามาที่จุดที่กำลังก่อสร้างหอปันน้ำ ตั้งใจจะมาดูว่าถนนตรงนั้นสร้างเสร็จแล้วหรือยังเพราะทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว พอขับเข้ามาถึงจุดหอปันน้ำ จอดรถ ยังไม่ทันลงจากรถ ก็หันไปดูพื้นที่รอบ ๆ ไปสะดุดตากับนกตัวหนึ่งที่เกาะเด่นอยู่บนตอไม้แห้งในลานดินข้างหอปันน้ำ ส่องดูด้วยไบนอคครั้งแรกก็แปลกใจเพราะลักษณะเหมือนกับนกเขนทะเลทรายมาก ๆ (ก่อนหน้านั้นมีคนพบนกเขนทะเลทรายที่ภาคเหนือ ผมเข้าไปติดตามข่าวในเพจบ่อย ๆ เลยจำลักษณะเด่นได้) แต่ที่ต่างไปคือ สีขน โดยเฉพาะบริเวณหน้ากับลำคอ ไม่เหมือนกับที่มีรายงานที่ภาคเหนือ จึงถ่ายภาพแล้วโหลดเข้าโทรศัพท์มือถือ จากนั้นจึงใช้ google photo เสิร์จหาข้อมูล ปรากฏว่าน่าจะเป็นนกเขนทะเลทรายคอดำ เลยส่งภาพเข้าไปให้สมาชิกกลุ่มฮาลาซะห์ กับดล (อิงคยุทธ สะอา) ช่วยดูให้ครับ” นี่เป็นคำให้การโดยละเอียดของตวง(นราธร พินิจสถิร) ผู้อยู่ในเหตุการณ์คนแรกกับแมวนำโชคของเขา

นกเขนทะเลทรายคอดำ ภาพแรก ๆ เมื่อพบนกของคุณนราธร พินิจสถิร



พื้นที่พบนกเขนทะเลทรายคอดำในจังหวัดสตูล

จากการพูดคุยในกลุ่มฮาลาซะห์ มีเพื่อนตามไปดูในวันนั้นเลยและเห็นว่านกยังอยู่ที่เดิม หลายคงยังติดธุระกันอยู่แต่ผมกับต้อบ(อนุรักษ์ ตันวีระ)นัดไปตามกันในวันถัดไป อาจารย์บอย (Tanakorn Chantasuban) ยังอยู่รอชี้เป้าว่าพรุ่งนี้ยังอยู่ไหม ส่วนผมเป็นคนขับรถระยะทางไกลไม่ทนจึงเอารถไปจอดไว้ครึ่งทางที่บ้านต้อบ เราออกจากบ้านแต่เช้าไปถึงหมายนกของตวงประมาณ 10 โมงเช้าแดดเริ่มแรงแล้วแต่ก็ยังได้รูปสวย ๆ พอดูได้เพราะบางทีนกก็เข้ามาใกล้มากล้นระยะเลนส์ 300 มม. ในวันแรกมีนักถ่ายภาพเอาหนอนนกไปลงไว้บ้างแล้ว และนกก็คงกินทันทีเพราะพื้นที่การหากินเขาอยู่ในวงแคบ ๆ และมักบินไปลงตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ จนอาจจะตั้งกล้องรอไว้ได้เลย อย่างไรก็ตามวันที่ผมไปไม่มีคนให้หนอนแต่นกหาอาหารเองได้เก่ง เดินหาตามซอกก้อนหิน พอแมลงบินออกมาก็บินขึ้นโฉบ ที่นกมาประจำอยู่บริเวณนั้นอาจจะเพราะมีอาหารธรรมชาติมาก จนวันที่ 28 ตอนเช้าตวงเข้าไปดูสถานที่พบว่านกไม่อยู่แล้ว เราไม่รู้ว่านกมาอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่แล้ว และไม่รู้ว่าเขาเป็นอพยพหรือนกพลัดหลง (vagrant  หมายถึงนกที่พบในพื้นที่ไม่ใช่เส้นทางการอพยพตามฤดูกาลและอยู่เป็นเวลาสั้น ๆ



บรรยากาศการถ่ายภาพในวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการพบนก 
(ภาพโดย Tanakorn Chantasuban)


นกเขนทะเลทรายคอดำ พบครั้งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณ Yot Yingyot ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 สำหรับในประเทศไทยเรามักพบนกอพยพและนกพลัดถิ่นแปลก ๆ ในภาคเหนืออยู่เป็นประจำแต่หายากมากในพื้นที่ภาคใต้ นกเขนทะเลทรายคอดำแม้จะเป็นรายงานที่สองก็ยังสร้างความกระปรี้กระเปร่าและดึงดูดนักดูนกและนักถ่ายภาพจากภาคใต้เกือบทุกคนมารวมตัวกันที่จังหวัดสตูล


ภาพนกนกเขนทะเลทรายคอดำ รายงานแรกของประเทศโดยคุณ Yot Yingyot 

หากดูจากแผนที่การแพร่กระจายตามธรรมชาติของนกเขนทะเลทรายคอดำ (Desert Wheatear: Oenanthe deserti) จะเห็นว่าไม่มีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย โดยจะพบตั้งแต่แอฟริกา ตะวันออกกลาง อินเดีย และจีนเท่านั้น โดยจะทำรังวางไข่ในพื้นที่ของประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่



 



การจะพบนกใหม่สักตัว ไม่ว่าจะเป็นของตัวเอง (lifer) ของพื้นที่ หรือของประเทศ (new record) หรือแม้แต่ชนิดใหม่ (new species) สิ่งจำเป็นที่ต้องมีติดตัวอยู่เสมอคืออุปกรณ์ส่องนกและกล้องถ่ายภาพ การดูนกนกสมัยนี้หากท่านไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเป็นที่น่าเชื่อถือ ต้องมีภาพยืนยันและถ้าจะให้ดีต้องมีเครื่องมือสื่อสารที่สามารถส่งภาพแบบปัจุบันทันด่วนไปให้ผู้รู้ยืนยัน เขาจะได้แนะนำว่าต้องเก็บรายละเอียดของนกอย่างไรบ้าง เช่น ภาพในมุมต่าง ๆ หรือแม้แต่เสียงร้อง










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไม้ป่าแห่งดอยหัวหมด

  ไม้ป่าแห่งดอยหัวหมด "ดอยหัวหมด" หลังจากที่เคยไปมาแล้ว 3 ครั้ง เคยพูดกับตัวเองไว้ว่า ทางโค้งแบบนี้ "อุ้มผาง" คงไม่มาอีก...