Aj.Tai piyapong
(PIYAPONG CHOTIPUNTU: cpiyapon@gmail.com)
บางคนเล่าว่าการได้มาทำงานที่นั่นมันเกิดขึ้นจากความบังเอิญที่มีเพื่อนชวนมา ซึ่งเขาไม่เคยแม้แต่รู้จักชื่อที่ทำงานนั้น และเพื่อนคนที่ชวนก็ไม่เคยเจอกันมาเป็นยี่สิบปี บางคนพูดว่าถ้าไม่บังเอิญลืมมือถือต้องกลับรถไปเอาที่บ้านก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุกับรถของเขา บางคนบอกว่าถึงแม้ว่าคุณคลาดแคล้วจากเหตุการณ์นั้นก็ตาม อุบัตินั้นก็ต้องเกิดเพราะชะตาชีวิตของคนเราได้ถูกกำหนดไว้แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าความบังเอิญไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มันมีปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่ผลักดันให้เกิดสิ่งนั้น ซึ่งคล้ายกับทฤษฎีหลักการเชื่อมโยงเชิงสาเหตุ ของคาร์ล จุง จิตแพทย์ชาวสวิส
วันนั้นหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ผมกับเพื่อนอีกคนนัดกันว่าจะเข้าไปดูนกกะเต็นสร้อยคอสีน้ำในเทรลหลังลานจอดรถของที่ทำการ
ฯ น้ำตกกรุงชิง แต่หลังจากกินข้าว ตอนบ่ายอากาศกำลังสบายมีลมพัดโชยเบา ๆ น่านอนสักงีบ
เพื่อนก็แอบไปนอนเล่นใต้ร่มไม้ ผมจึงของตัวไปเดินหาดูแมลงปอตามลำธารเพื่อฆ่าเวลา
แต่วันนี้เป็นช่วงต้นปีที่แมลงปอส่วนใหญ่ยังไม่ลอกคราบขึ้นจากน้ำ
กำลังจะเดินกลับก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีลำธารเล็ก ๆ อีกแห่งหนึ่งที่เคยพบแมลงปอตัวเด่น
ๆ พอเดินเข้าไปแค่ต้นลำธารสายตาก็พบกับวัตถุสีฟ้าเล็ก ๆ เท่าพลอยหัวแหวน ฉายแสง ลอย
วิบ ๆ วับ ๆ อยู่เหนือลำธาร... ผมรู้ได้ในทันทีว่ามันคืออะไร ใจผมเต้นแรง
หยุดการเคลื่อนไหว ภาวนาขออย่าให้เจ้าตัวนั้นบินหนีไปไหนไกล แล้วเขาก็ลงเกาะที่ขอบใบของต้นเต่าร้างห่างออกไปพอจะเห็นตัวได้ชัด
ผมรีบยกกล้องกดชัตเตอร์ รัว ๆ รูปจะชัดหรือไม่ชัดค่อยว่ากันอีกที
ขอเป็นเรคคอร์ดช็อตเอาไว้ก่อน ...มันคือแมลงปอเข็มน้ำตกสีอกฟ้า ที่เคยใช้ความพยายามถึงสามครั้งไปตามหาที่น้ำตกบริพัตร
ในจังหวัดสงขลา เมื่อไม่พบก็ล้มเลิกล้มความคิดที่จะตามอีกต่อไป
แต่ใครจะเชื่อว่าจะมาพบได้ที่หลังบ้านของผมเองในจังหวัดนครศรีธรรมราชและถือเป็นรายงานใหม่ของจังหวัดอีกด้วย
ความบังเอิญที่นำไปสู่การพบแมลงปอตัวที่อยากเห็นมากที่สุดตัวนี้ เมื่อมานั่งทบทวนดูก็ว่ามันมีความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุจริง
ๆ ไม่เฉพาะกับเหตุการณ์วันนั้น แต่เริ่มจากที่เพื่อนผมเดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาดูนกที่กรุงชิงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ไม่มีใครเขาไปดูนกกัน
และถ้าเพื่อนไม่มาผมก็ไม่เข้าไปกรุงชิงจนกว่านกจะเริ่มคึกคักตอนปลายเดือนมีนาคม
และเมื่อถึงวันวันไม่รู้ว่าแมลงปอหนึ่งเดียวตัวนั้นจะยังอยู่หรือถูกแมลงปอเสือที่จะออกหากินในเดือนมีนาคมจับกินไปเสียก่อน
ความบังเอิญ (coincidence) ตามคำนิยามคือเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างน่าทึ่งซึ่งไม่มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชัดเจนต่อกัน
ฟาน เอลค์ และคณะ (2016) ได้กล่าวไว้ในงานวิจัยเรื่อง "The Experience
of Coincidence: An
Integrated Psychological and Neurocognitive Perspective"ว่า
การรับรู้เรื่องบังเอิญอาจนำไปสู่การกล่าวอ้างที่เหนือธรรมชาติ ลึกลับ
หรืออาถรรพณ์ หรืออาจนำไปสู่ความเชื่อเรื่องพรหมลิขิต
ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ
จะเกิดขึ้นตามแผนที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
โดยทั่วไปแล้วการรับรู้เรื่องบังเอิญที่ขาดคำอธิบายที่ซับซ้อนมักจะสัมพันธ์กับหลักจิตวิทยาและปรัชญาพื้นบ้าน
ความบังเอิญเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยกว่าความน่าจะเป็นทางสถิติ
เป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมักจะเกิดน้อยกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ
คาร์ล จุง
จิตแพทย์ชาวสวิสได้พัฒนาทฤษฎีความบังเอิญขึ้นจากสิ่งที่เขาเรียกว่า synchronicity
หรือ หลักการเชื่อมโยงเชิงสาเหตุ
อย่างไรก็ตามนักจิตวิทยาบางท่านยังให้ความเห็นว่าความบังเอิญยังขาดการเชื่อมโยงเชิงสาเหตุที่ชัดเจน
ในขณะที่บางคนกลับอ้างอิงเรื่องโชคชะตาเช่น
เดนนิส ลินลี่ย์ ได้กล่าวไว้ในงานเขียนเรื่อง "The Philosophy
of Statistics"ว่า
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าในช่วงเวลาที่ยาวนาน ในขณะที่โชคชะตานำพาเราไปโน่นไปนี่
ความบังเอิญมากมายก็ควรจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงชีวิตของเราที่ยังต้องดำเนินไป เรายังต้องพบกับความบังบังเอิญที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบมันก็ตาม ความบังเอิญที่ให้คุณเราจะเรียกมันว่า..โชคดี





