วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย


 Aj.Tai piyapong 

(PIYAPONG CHOTIPUNTU: cpiyapon@gmail.com)

วันที่ 2 มกราคม 2566 มีรายงานการพบนก Indian Paradise-Flycatcher จำนวน 1 ตัว บริเวณร้านอาหารริมหนองปลักพระยา  จ.สตูล โดย คุณรณพร เอ่งฉ้วน ถือเป็นรายงานที่ 2 ของการพบนกชนิดนี้ในเมืองไทย และเป็นการพบนกที่นักดูนกและนักถ่ายภาพได้หลั่งไหลลงภาคใต้ได้ภาพจำนวนมาก ต่างจากการพบนกครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2565 ที่จังหวัดเพชรบุรี โดยคุณ Neil Lawton 


คุณรณพรเล่าให้ฟังถึงวันที่พบนกว่า ผมไปอยู่เวรประจำศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่หนองปลักพระยา ช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 2 เวรผมพอดี ช่วงบ่ายไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเลยตั้งใจเดินไปเที่ยวเช็คนกดูรอบ ๆ หนองปลักพระยา ตอนแรกกะว่าจะเดินสำรวจให้รอบหนองเลยตัดสินใจเดินไปริมหนองฝั่งที่อยู่ติดกับร้านอาหารนกน้ำ   ผมเดินไปสักพักพอถึงจุดที่อาจารย์ต่ายมาดูนกตรงนั้นแหล่ะครับ ฝั่งหนองปลักพระยาจะเป็นป่า ฝั่งร้านนกน้ำจะเป็นกำแพง ผมเห็นมีนกบินมาโฉบแมลงที่เตาเผาขยะเก่า โผล่มาแค่ครึ่งเดียวแต่ก็พอรู้ว่านกแซวสวรรค์ ส่วนจะเป็นตัวไหนไม่ทราบหรอกครับ มันโฉบมาครั้งเดียวผมเลยตามเข้าไป ตามดู ตามส่อง จนถ่ายภาพที่ชัดๆ ได้ ผมเห็นหงอนมันยาวๆ แปลกๆ เลยส่งรูปไปถามในกลุ่มจำแนกชนิดนก น้องต้นก็บอกว่า เป็นตัว Indian


นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย ที่ จ.สตูล


นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย ที่ จ.เพชรบุรี


การพบนกชนิดนี้ทำให้ประเทศมีนกในสกุลแซวสวรรค์ทั้งสิ้น 4 ชนิดคือ นกแซวสวรรค์ (Blyth’s Paradise-flycatcher : Terpsiphone affinis) นกแซวสวรรค์หัวดำ ( Amur Paradise-flycatcher: T. incei) นกแซวสวรรค์หางดำ (Japanese Paradise-flycatcher: T. atrocaudata) และ “นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย” (Indian Paradise-flycatcher: T.paradisi) 


นกเพศเมียและเพศผู้วัยเด็กของนกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย   มีลักษณะคล้ายกับเพศเมียของนกแซวสวรรค์ แตกต่างกันที่ชนิดแรกมีหงอนยาวและสีที่ใต้คอและอกเป็นสีขาวหม่นหรือเทาอ่อนๆ     ดูสว่างกว่าชนิดหลังที่เป็นสีเทาเข้ม ส่วนในเพศผู้ที่มีขนหางยาว    สีที่อกและท้องจะเหมือนกัน จำแนกชนิดค่อนข้างยากนอกจากความยาวหงอนที่แตกต่างกันเห็นเด่นชัด


นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย เพศเมีย ที่ประเทศอินเดีย


นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย เพศผู้ชุดขนสีน้ำตาล ที่ประเทศอินเดีย


นกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย เพศผู้ชุดขนสีขาว ที่ประเทศอินเดีย

ในวันที่มีรายงานการพบนกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดียที่จ.สตูล ผมยังชั่งใจว่าจะไปตามดูหรือที่เขาเรียกกันว่า"ทวิช" (twitch) ดีหรือไม่เพราะเคยเห็นนกชนิดนี้แล้วที่ประเทศอินเดียและเนปาล อย่างไรก็ตามเมื่อมีกระแสการทวิชหนักเข้าเกิดอาการคล้ายๆอุปทานหมู่ต้องตามไปดูกับเขาบ้าง วันที่ออกเดินทางฝนตกหนักบ้างเบาบ้างไปตลอดทางจาก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ไปถึงที่หมายที่ร้านอาหารริมหนองปลักพระยาประมาณเก้าโมงเช้าฝนก็ยังไม่หยุดทำให้ใจคอไม่ค่อยดีกว่านกจะไม่อยู่แล้ว เดินหากันสักพักก็เห็นนกบินจับแมลงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลให้ถ่ายรูปได้ค่อนข้างชัดตามสมรรถนะของกล้อง ดูลักษณะของนกไม่ตื่นคนแต่อยู่ไม่ค่อยนิ่งกับที่ บางครั้งก็หยุดเกาะพักเล่นน้ำฝนอยู่บนกิ่งไม้ พอประมาณ 11 โมงก็ต้องรีบกลับเพราะเดินทางไกล เสียดายไม่ได้อยู่เฝ้าถ่ายรูปจังหวะดี ๆ


การแพร่กระจายของนกแซวสวรรค์พันธุ์อินเดีย พบได้ตั้งแต่แถวเอเชียกลาง เนปาล อินเดียจนถึงพื้นที่บางส่วนทางตะวันตกของประเทศพม่า และเคยมีรายงานในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์อีกด้วย การพบนกในประเทศไทยทั้งที่จังหวัดเพชรบุรีและจ.สตูล ถือกันว่าเป็นนกพลัดหลงที่ไม่อาจพบทุกปีอย่างนกอพยพเข้ามาหากินในหน้าหนาว นกที่พบทั้งสองครั้งดูเหมือนว่าจะเป็นเพศเมียหรือเพศผู้วัยเด็กเพราะขนหางสั้น ต้องคอยดูกันว่าจะมีโอกาสเห็นนกหางยาว ๆ หงอนตั้ง ๆ สวยสวย ๆ ในบ้านเราบ้างหรือไม่





 



1 ความคิดเห็น:

ไม้ป่าแห่งดอยหัวหมด

  ไม้ป่าแห่งดอยหัวหมด "ดอยหัวหมด" หลังจากที่เคยไปมาแล้ว 3 ครั้ง เคยพูดกับตัวเองไว้ว่า ทางโค้งแบบนี้ "อุ้มผาง" คงไม่มาอีก...